สายด่วนฉุกเฉิน 064-645-5045098-446-6127LINE @nestnursing
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ · บ้านพักคนชรา

สิ่งจำเป็นและข้อควรระมัดระวังในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

สิ่งจำเป็นในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ทั้งความรู้และอุปกรณ์ พร้อมข้อควรระวังเรื่องแผลกดทับ ความสะอาด การสำลักอาหาร และสภาพจิตใจผู้ป่วย

สิ่งจำเป็นและข้อควรระมัดระวังในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

การเลือกใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบองค์รวมอย่างถูกต้องเหมาะสม

ในวันที่สุขภาพร่างกายเสื่อมถอยลง ไม่ว่าจะด้วยการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัวโรคชรา การเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ หรืออุบัติเหตุร้ายแรงก็ตาม จนต้องเผชิญกับ “ภาวะติดเตียง” ซึ่งเป็นภาวะความเจ็บป่วยเรื้อรังที่ญาติหรือผู้ดูแลจำเป็นที่จะต้องคอยเฝ้าระวังและดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ประสบกับภาวะติดเตียงอาจจะยังพอขยับเคลื่อนไหวร่างกายได้เพียงแค่บางส่วน แต่ทว่าไม่สามารถทำการขยับเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อช่วยเหลือตัวเองในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้เลย

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในการลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ ล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่จำเป็นและข้อควรระมัดระวังมากมายที่ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงทุกคนจะต้องเรียนรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมไปถึงยังจำเป็นที่จะต้องให้ความระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยติดเตียงเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆและเพื่อเป็นการช่วยให้ผู้ป่วยติดเตียงทุกคนได้รับการดูแลฟื้นฟูอย่างถูกต้องและเหมาะสมในทุก ๆ ด้าน

สิ่งจำเป็นในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

1. ความรู้ความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

กลุ่มผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่มีภาวะติดเตียงนับได้ว่าเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเปราะบางมากเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้ที่มีภาวะติดเตียงจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้เหมือนอย่างคนทั่วไป ส่งผลให้หน้าที่ในการดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงในการลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น การรับประทานอาหาร การอาบน้ำ แปรงฟัน สระผม รวมถึงการขับถ่ายของผู้ป่วยติดเตียง จึงจำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้นบนเตียงผู้ป่วยภายใต้การดูแลของญาติหรือผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างใกล้ชิด

ส่งผลให้ญาติหรือผู้ที่มีหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงจึงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักในการดูแลผู้ป่วย และวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้ป่วยที่มีภาวะติดเตียง ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการที่ผู้ป่วยที่มีภาวะติดเตียงจะเผชิญกับการเจ็บป่วยจากภาวะแทรกซ้อน ยกตัวอย่างเช่น การเกิดแผลกดทับ การขาดสารอาหารอย่างรุนแรง หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จากการได้รับการดูแลอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงจนทำให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่มีภาวะติดเตียงเสียชีวิตลงได้

2. อุปกรณ์สำหรับดูแลผู้ป่วยติดเตียง

การเตรียมความพร้อมในด้านของอุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ญาติหรือผู้ดูแลสามารถให้ความช่วยเหลือ เฝ้าระวัง และดูแลผู้ป่วยติดเตียงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสำหรับอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการดูแลผู้ป่วยติดเตียงส่วนใหญ่นั้นจะประกอบไปด้วย

• เตียงผู้ป่วย ควรเลือกใช้งานเป็นเตียงผู้ป่วยไฟฟ้าแบบ 5 ไกร์ หรือเตียงผู้ป่วยที่สามารถปรับได้ 5 ระดับ เพื่อช่วยลดภาระของผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงในการควบคุมและปรับระดับความสูง-ต่ำของเตียงให้เหมาะสมสำหรับการทำกิจกรรมต่าง ๆ

• ที่นอนโฟม หรือที่นอน สำหรับช่วยกระจายน้ำหนักและแรงกดทับของผู้ป่วย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกิดแผลกดทับจากการที่ต้องนอนนิ่ง ๆ อยู่ในท่าทางเดิมเป็นระยะเวลานาน ๆ

• ผ้ารองกันเปื้อน ช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกหรือคราบเปื้อนต่าง ๆ ซึมลงบนที่นอน จนทำให้ผู้ป่วยเกิดการระคายเคืองหรือเกิดแผลกดทับจากความอับชื้นได้

• ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงสามารถดูแลรักษาความสะอาดให้กับผู้ป่วยหลังจากที่ได้มีการขับถ่ายได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

• เครื่องวัดความดันโลหิต การวัดความดันโลหิตเป็นประจำไปทุกวันจะช่วยให้ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงสามารถทำการประเมินและเฝ้าระวังอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที

• อุปกรณ์อื่น ๆ ตามความต้องการในการใช้งานเพื่อการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ยกตัวอย่างเช่น ถุงให้อาหารทางสายยาง สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง หรือ เสาน้ำเกลือ สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นจะต้องให้น้ำเกลือผ่านทางเส้นเลือด เป็นต้น

ข้อควรระมัดระวังในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

1. การเกิดแผลกดทับ

การเกิดแผลกดทับ ที่บริเวณที่รับน้ำหนักตัวอย่าง ก้นกบ ส้นเท้า ตาตุ่ม หรือข้อศอก เป็นปัญหาที่สามารถพบเจอได้บ่อยในผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่มีภาวะติดเตียง เนื่องจากการที่ผู้ป่วยจะต้องนอนอยู่ในท่าทางเดิม ๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ จะส่งผลทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงผิวหนังหรือเนื้อเยื่อในบริเวณที่ถูกกดทับได้เหมือนอย่างเช่นปกติ จนทำให้เนื้อเยื่อที่บริเวณนั้นเริ่มตายลงซึ่งจะสังเกตได้จากการที่ผิวหนังที่บริเวณนั้นเริ่มปรากฏรอยแดงหรือรอยคล้ำ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดบาดแผลเปิดที่อาจกัดกินชั้นผิวหนังลึกลงไปจนถึงชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ และกระดูกได้

เพราะฉะนั้นแล้วเพื่อเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยติดเตียงต้องประสบกับการเกิดแผลกดทับที่ลุกลามติดเชื้อจนทำให้ผู้ป่วยต้องเสี่ยงต่อการสูญเสียอวัยวะหรือเสียชีวิตลงในท้ายที่สุด ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงจึงจำเป็นที่จะต้องหมั่นพลิกตัวผู้ป่วยให้นอนหงาย หรือนอนตะแคงซ้ายขวาสลับกันตามสมควรในทุก ๆ 2 ชั่วโมง พร้อมทั้งค่อยมันสังเกตว่าผิวหนังของผู้ป่วยติดเตียงนั้นมีรอยแดง รอยช้ำ หรือบาดแผลเกิดขึ้นหรือไม่ หากมีแล้วรอยแดงหรือบาดแผลดังกล่าวนี้ไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ในทันที เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการตรวจวิเคราะห์และการรักษาอย่างถูกต้องอย่างทันท่วงที

2. การรักษาความสะอาด

การดูแลรักษาความสะอาดให้กับผู้ป่วยติดเตียง เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับผู้ป่วยลงได้ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วการติดเชื้อในผู้ป่วยติดเตียงมักจะเกิดขึ้นมาจากการที่ผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้รับการดูแลในด้านของการดูแลรักษาสุขอนามัยทั้งการดูแลรักษาความสะอาดทางด้านร่างกายและสุขภาพของช่องปากอย่างถูกต้อง จนทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคร้ายที่อาจเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยและก่อให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

เพื่อเป็นการช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของผู้ป่วย ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงจึงจำเป็นที่จะต้องคอยหมั่นดูแลรักษาความสะอาดให้ผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ โดยสำหรับผู้ป่วยที่มีการสวมใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ควรได้รับการเปลี่ยนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ในทุกครั้งที่มีการขับถ่ายของเสีย ในขณะที่ผู้ป่วยที่ต้องมีการใส่สายปัสสาวะเข้าไปในร่างกายจะต้องได้รับการเปลี่ยนสายปัสสาวะเป็นประจำอย่างน้อยในทุก ๆ 2-4 สัปดาห์ และนอกจากนี้ผู้ป่วยทุกคนยังจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากให้มีความสะอาดปราศจากแบคทีเรียโดยการเช็ดทำความสะอาดฟันและลิ้นร่วมกับการใช้น้ำยาบ้วนปาก พร้อมเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

3. การสำลักอาหาร

การรับประทานอาหารในผู้ป่วยติดเตียงที่ยังสามารถเคี้ยวและกลืนอาหารได้ด้วยตนเอง รวมไปถึงผู้ป่วยที่ต้องได้รับอาหารจากสายให้อาหารทางจมูก (NG feed) อาจก่อให้เกิดปัญหาสำคัญอย่างการสำลักอาหารที่อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia) ที่นำไปสู่การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ที่อาจรุนแรงจนถึงขั้นถึงแก่ชีวิตได้

ส่งผลให้ก่อนที่ต้องมีการป้อนอาหารให้กับผู้ป่วยติดเตียงทุกครั้ง ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงจำเป็นที่จะต้องทำการวางแผนและปรับท่าทางของผู้ป่วยให้อยู่ในท่านั่งหลังตรง หรือปรับพนักพิงที่บริเวณเตียงผู้ป่วยให้มีความเอนอยู่ที่ระดับ 60-90 องศา หรือ 30-45 องศาสำหรับผู้ป่วยที่ต้องใส่สายยางให้อาหารทางจมูก โดยหลังจากที่ได้มีการรับประทานอาหารเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงควรจัดให้ผู้ป่วยนั่งหลังตรงต่อประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้อาหารที่ได้รับประทานไปไหลย้อนกลับขึ้นมาในขณะที่เอนตัวลงนอนจนก่อให้เกิดการสำลักอาหารได้

4. สภาวะจิตใจของผู้ป่วยติดเตียง

สภาวะจิตใจของผู้ป่วยติดเตียง ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ญาติและผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงทุกคนจะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเองเหมือนอย่างที่เคยทำอาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกหงุดหงิดง่าย โมโห ก้าวร้าว หรือในผู้ป่วยบางคนอาจเกิดความรู้สึกหดหู่และรู้สึกด้วยค่าในตัวเองจนนำไปสู่การเกิดภาวะซึมเศร้าที่บั่นทอนให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงจะสามารถลงมือทำเพื่อช่วยเยียวยาสภาวะจิตใจของผู้ป่วยติดเตียงได้นั้น คือ การให้กำลังใจและให้เวลากับผู้ป่วยติดเตียงในการยอมรับถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตนเอง โดยผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงอาจมองหากิจกรรมง่าย ๆ มาทำกับผู้ป่วยติดเตียง ยกตัวอย่างเช่น การขยับร่างกายเพื่อการทำกายภาพบำบัดแบบง่าย ๆ เป็นต้น เพื่อช่วยทำให้ผู้ป่วยมีสภาวะจิตใจที่แจ่มใสมากขึ้น และหากผู้ดูแลพบว่าผู้ป่วยติดเตียงที่ตนเองกำลังดูแลอยู่นั้นมีสภาวะจิตใจที่ย่ำแย่ลงจนส่งผลต่อการมีพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปจากเดิม ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงควรพาผู้ป่วยไปเข้ารับการรักษากับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในทันที เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับภาวะทางอารมณ์ที่กำลังเผชิญอยู่

จะเห็นได้ว่าการดูแลผู้ป่วยติดเตียงนั้นมีรายละเอียดที่จำเป็นและข้อควรระมัดระวังมากมายที่ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงควรเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเพื่อเกิดการดูแลผู้ป่วยติดเตียงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามสำหรับญาติหรือผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่รู้สึกว่าตนเองยังไม่มีความพร้อมหรือยังไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถดูแลผู้ป่วยติดเตียงได้อย่างถูกต้อง

การเลือกใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง Nest Nursing Home ก็นับเป็นทางออกสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบองค์รวม (Holistic care) อย่างถูกต้องเหมาะสมโดยทีมแพทย์ พยาบาล นักกายภาพ นักกิจกรรมบำบัด ผู้ช่วยการพยาบาล และนักวิชาการสาธารณสุข ที่จะช่วยทำการออกแบบโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยติดเตียงให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมตรวจบันทึกสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผู้ป่วยพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักคนชรา Nest Nursing Home

Image URL: /uploads/blog/20220817134024_47819222.jpeg Alt Text: post image

ปรึกษาเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ

ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00